กองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านไทย
การจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยส่วนบุคคล
1. เป็นการยื่นคำร้องเพื่อขอจดสิทธิแสดงความเป็นเจ้าของในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย (ตำรับยาและตำรากรแพทย์แผนไทย) มิใช่การขอขึ้นทะเบียนยาเพื่อผลิต และจำหน่าย
2. การยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยส่วนบุคคล
2.1 หน่วยงานที่รับผิดชอบได้แก่
1.1.1 กองคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยฯ ส่วนภูมิภาค
1.1.2 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 76 จังหวัด
2.2 ขั้นตอนการพิจารณา
2.2.1 คณะทำงานพิจารณา
2.2.2 คณะอนุกรรมการพิจารณา
2.2.3 เสนออธิบดีพิจารณาลงนาม
2.3 ระยะเวลาการคุ้มครองสิทธิ ตลอดอายุของผู้เป็นเจ้าของ+50 ปีหลังจากเสียชีวิต
ประชาชนได้อะไรจากการคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์ แผนไทย
1 การคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย มุ่งเน้นไปที่การรักษาผลประโยชน์ของประชาชน และผู้เป็นเจ้าของ/ถือครอง ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
2. เพิ่มทางเลือกของประชาชนในการดูแลสุขภาพ และได้รับการบริการด้านสุขภาพที่นอกเหนือจากยาแผนปัจจุบัน
3. ส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพร/ยาแผนไทย ทดแทนการใช้ยาแผนปัจจุบันซึ่งจะช่วยลดรายจ่ายของภาครัฐ และภาระของประชาชนต่อไปด้วย
การจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 นี้ แตกต่างกับการจดทะเบียนลิขสิทธิ์ สิทธิบัตรอย่างไร
แตกต่างกัน ลิขสิทธิ์นั้นเป็นการคุ้มครองผู้สร้างสรรค์โดยผลของกฎหมาย ไม่ต้องจดทะเบียน สิทธิบัตรเป็นการจดทะเบียนสิทธิคุ้มครองการประดิษฐ์หรือออกแบบขึ้นมาใหม่ แต่สิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยนั้น เป็นการจดทะเบียนเพื่อคุ้มครองสิทธิในภูมิปัญญาดั้งเดิม ได้แก่ ตำรับยา ตำราการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน ที่มีอยู่มาก่อนแล้ว
88/23 หมู่ 4 กองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านไทย
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทร : 02-1495693 โทรสาร : 02-5917808
© สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2566 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537 | กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก